เราเองก็เคยเป็นวัยรุ่นนี่หว่า...

                เมื่อวันที่ศุกร์ที่ผ่านมานี้วรรณได้ปรึกษาผมเกี่ยวกับน้องชายของเธอที่กำลังเป็นวัยรุ่น ถึงแม้ผมจะช่วยอะไรวรรณไม่ได้มาก แต่มันทำให้ภาพในอดีตของผมมันกลับออกมาอีกครั้ง ตอนนั้นผมยัง
15-16 อยู่และกำลังจะเข้าสู่การศึกษาระดับมัธยมปลาย

                ตอนนั้นผมยังเป็นเด็กหัวเกรียน เรียนอยู่ห้องรองท๊อปสายวิทย์ จริงๆแล้วผมก็ไม่ควรจะได้อยู่ที่ห้องนี้หรอกนะ แต่เพื่อนๆที่ผมรู้จักตอน ม ต้นน่ะ เขาเตรียมอุดมกันหมดแล้วทำให้ผมมีรายชื่อติดห้องนี้ในอันดับท้ายๆจากเกรดเฉลี่ย(ได้ยินมาว่ารองโหล่ของห้อง)และสาเหตุเดียวที่ผมยังอยู่ที่นี่แม้จะสอบได้ที่เตรียมแต่เพราะว่า บ้านผมอยู่ไกลจากเตรียมอุดมมาก ซึ่งในตอนการเดินทางถือเป็นเรื่องลำบากสำหรับเพราะผมต้องฝ่ารถติดตั้งแต่ นวมินทร์ ลาดพร้าว หมอชิต ต่อ BTS อีก 6 สถานี ไปเรียนให้ทันใน 7 โมง ครึ่ง

                ตอนแรกนั้นผมก็ปรับตัวไม่ได้จริงๆนั่นแหละ เรียนยากมาก เพื่อนๆก็เก่งกว่าเรากันหมด การบ้านผมก็ทำไม่ค่อยจะได้ ทุกครั้งที่ต้องออกไปเขียนกระดาน ผมจะเป็นตัวตลกไปทันที ออกไปรายงานภาษาอังกฤษหน้าห้องผมก็พูดไม่ได้ ให้ทำรายงานวิทยาศาสตร์ผมก็ได้แต่บันทึกข้อมูล ไม่ได้ไปทดลองอะไรกับเขาเลย จะถามเพื่อนๆผมก็เกร็งๆ  ไม่กล้าถามซะงั้น แถมช่วงนั้นผมเองก็เล่น เคาร์เตอร์สไตร์ท และ Red alert 2 ซะด้วย ผมมักจะเอาความเครียดมาผ่อนคลายกับคอม เวลาทีเล่นเกมส์นั่นแหละ แล้วก็คลั่งมากถึงขนาดโหลดตัว developer มาทำ map เองด้วย ผมมีความสุขกับมันได้ไม่นาน ผมก็โดนผู้ใหญ่หาว่าติดเกมส์ จนในที่สุดพ่อก็เอาคอมเครื่องนั้นไปไว้ในห้องทำงานของเขา แล้วก็ล็อคไว้ไม่ให้ผมเล่น ตั้งแต่วันนั้นผมก็เลยไปเล่นเกมส์ที่ Net café แถวๆโรงเรียนนั่นแหละครับ ผลก็คือพ่อรู้เข้าก็โกรธผมจัด ผมโดนทำโทษโดยการหักค่าขนมและส่งผมไปทำงานพิเศษกับป้าที่เป็นญาติอยู่แถวๆปากเกร็ด บอกตามตรงว่าผมโกรธพ่อมากๆ ทำไมอ่ะ? ผมไม่ได้ติดยาซะหน่อย หลังจากช่วงนั้นผมก็ยังไม่เลิกทำหรอกนะ ผมยังเล่นเหมือนเดิม แต่บอกทางบ้านไว้ว่าจะเล่นให้เป็นเวลา  แต่มันก็ไม่ได้เป็นเวลาเท่าไรหรอกครับ.... พอเริ่มมีเพื่อนสนิทบ้าง บางวันหลังเลิกเรียนผมก็ออกไปเล่นกับเพื่อนๆของผม ขอย้ำนะ ผมและเพื่อนไม่เคยโดดเรียน และท้าให้กลับไปถามอาจารย์ประจำชั้นผมด้วย (ซึ่งปัจจุบันพ่อ 8 หน่อนี่ เป็นวิศวกรไปซะ 5 หมอ 1 และโปรแกรมเมอร์ 2 และสอบเอ็นทรานซ์เข้ามหาลัยรัฐด้วยคะแนนมากกว่า 60% ทุกคน...) บางวันหลังเรียนพิเศษเราก็ไปเล่น วันไหนเลิกเรียนเร็วเราก็ไปเล่น แต่พอช่วงใกล้สอบพวกเราก็ต้องมีวินัยกันหน่อย คือช่วยกันติว ดูเหมือนจะดีนะครับ แต่ขอโทษเถอะ....  คนอื่นในห้องน่ะเขาส่งโพยลอกกันกระจายเลย ผมเองนั้นก็ทนไม่ได้ เลยไปบอกอาจารย์ ผลคือ แทนที่การลอกจะลดลง เปล่าเลย.... เพื่อนๆกลับรังเกียจผมด้วยซ้ำ....และมองผมและเพื่อนๆ 8 คนเนี่ยแบบที่เรียนว่า เอามันออกๆจากห้องไปได้ซะก็ดี จากนั้นชีวิต ม ปลายของผมก็เจอแต่เรื่องน่าปวดหัว.... ตั้งแต่ส่งงานแล้วโดนเขม่น จนไปถึง การจ่ายเอกสารการสอนที่(จงใจ)ไม่ทั่วถึง และหลายๆอย่าง แม้แต่การตะโกนด่ากลางชั้นเรียนก็มี เหตุการณ์เลวร้ายไปถึงขั้น ว่า โดนลอยแพยกแก๊งเลยก็มี  
                ทั้งนี้มันไม่แปลกเลยที่ผมจะกลับบ้านมาแล้วก็อารมณ์เสียเป็นประจำ แถมพอผมนั่งหน้าคอมปุ๊บ ก็โดนที่บ้านบ่นเป็นประจำนั่นแหละ บางทีผมก็อารมณ์เสีย แต่ก็ได้แค่ถอนหายใจ....ไม่รู้จะไปอารมณ์เสียที่ไหนก็ออกไปเล่นเกมส์กับเพื่อนๆหลังเลิกเรียนทุกที
                เรื่องการสอบเอนทรานซ์นั่นชวนหนักใจมากกว่า ในขณะที่คนอื่นๆเขาไม่ต้องมาทรมาณเพราะ
GPA แต่ผลจากการโดนทั้งห้องลอยแพและการลอกข้อสอบเป็นหมู่คณะ(ผมไม่ได้จะแฉนะ แต่มันลอกกันทั้งระดับจริงๆ ทำให้ GPA ผมโดนกดแล้วกดอีก  ซึ่งผมก็กล้าพูดน่ะว่าพวกที่ลอกๆกันเนี่ย คะแนนถ้าไม่ใช่คนปล่อยให้ลอก คะแนนสู้ผมและเพื่อนๆในกลุ่มไม่ได้จริงๆ) แต่ถึงกระนั้นก็เถอะ ตอนเลือกคณะก็ยังทำให้ผมเครียดได้อีก เพราะผมทางบ้านไม่ได้สนับสนุนให้ผมเรียนไปทางสายหมอ ชีวิตผมเลยไปจบลงที่วิศวะ  สุดท้ายก็ไม่ได้ทำอะไรตามที่ตัวเองชอบซักอย่าง แถมรุ่นนั้นซิ่วแล้วยาวเลยเพราะแอดมิชชั่นเป็นระบบที่เข้ามาใหม่ทำให้การรีไทร์ไปเรียนคณะใหม่นั้นเป็นเรื่องที่ต้องเสี่ยงมาก แต่พอผมมาอยู่ที่มหาลัยแล้ว ผมได้เจอเพื่อนใหม่ๆ อะไรใหม่ๆ ผมไม่คิดที่จะรีไทร์แล้วล่ะ....

edit @ 5 Dec 2009 15:58:41 by XL

edit @ 5 Dec 2009 20:55:40 by XL

Comment

Comment:

Tweet

ชีวิตมีรสชาดนะ สู้ต่อไปเพื่ออนาคต
/me แอบรู้สึกผิด

#2 By เสือ (125.24.33.236) on 2009-12-07 22:57

แฮปปี้เอนดิ้งสินะพี่ชร owo

#1 By Nana バンパイアネコ on 2009-12-05 16:29